--- พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์ สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา ---

วันพุธที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ทักษิณ-อภิสิทธิ์. ชีวิตที่เดินสวนทาง !!?


ในประเทศไทยฝ่ายต่อต้านกำลังขู่ฮึ่มๆจะเอาผิดกับน้องสาวที่เป็นนายกรัฐมนตรี ตลอดจนรัฐมนตรีและผู้เกี่ยวข้องที่ปล่อยให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โผล่หน้าออกจอตู้ช่อง 11 ในการไปเป็นประธานเปิดการแข่งขัน Muay Thai Warriors เทิดพระเกียรติ เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 85 พรรษา ที่เขตปกครองพิเศษมาเก๊า ประเทศจีน

ฝ่ายต่อต้านแค่เห็นหน้าโผล่จอตู้ก็รับไม่ได้จะเป็นจะตาย ต้องมีคนรับผิดชอบ

ในขณะที่อดีตนายกรัฐมนตรีที่ถูกฝ่ายต่อต้านเรียกว่านักโทษชายหนีคดี ยังเดินหน้าทำเพื่อประโยชน์โดยรวมของบ้านเมืองต่อไป

วันที่ 11 ธ.ค. ที่ผ่านมา ถูกเชิญไปบรรยายพิเศษหัวข้อภาพรวมเศรษฐกิจอาเซียและโลก ที่เกาะฮ่องกงตามคำเชิญของ ASIA SOCIETY HONG KONG CENTER งานนี้ไม่ได้นั่งฟังกันฟรีๆ ใครเข้าฟังต้องซื้อบัตร

พ.ต.ท.ทักษิณเริ่มต้นบรรยายด้วยการพูดถึงประเทศไทยว่า ภาพรวมของประเทศไทยในปีหน้าจะมีแต่สิ่งดีๆ ในด้านการเมืองปีหน้าประเทศไทยจะเริ่มเห็นการปรองดองชัดเจนขึ้น และนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะเริ่มกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยฟังเสียงประชามติของประชาชนเป็นสำคัญ

ก่อนหน้านี้มันมีความไม่ยุติธรรมในประเทศไทย ทางออกที่ดีคือการบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม ซึ่งการปรองดองนั้นไม่เกี่ยวข้องกับการนิรโทษกรรมเพื่อตนเองจะได้กลับบ้าน มันเป็นคนละส่วนกัน

“ถ้าถามว่าอยากกลับประเทศไทยไหม ผมมีเครื่องบินส่วนตัว ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาบินไปมาขึ้นลงมากกว่า 240 ครั้ง จึงไม่จำเป็นต้องกลับเมืองไทย และคุ้นเคยกับการอยู่ต่างประเทศแล้ว ฝ่ายค้านในประเทศไทยนั้นเกรงกลัวผมมาก เพียงแค่ปรากฏตัวทางฟรีทีวี.ก็ทำเหมือนจะเป็นจะตาย ดังนั้น จึงมั่นใจว่าปีหน้าเป็นต้นไปการเมืองไทยจะมั่นคง และจะเห็นภาพบวกมากยิ่งขึ้น”

ส่งสัญญาณชัดๆว่าเริ่มคุ้นชินกับชีวิตในต่างประเทศจนไม่อยากกลับเมืองไทย

นอกจากพูดเรื่องทิศทางการเมืองในไทยแล้ว ยังได้ชักชวนนักลงทุนให้มาลงทุนในประเทศไทย เพราะไทยมีโครงการลงทุนเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานจำนวนมาก เศรษฐกิจกำลังขยายตัวจากการบริโภคในประเทศและการท่องเที่ยว

อดีตนายกฯทักษิณปรับโหมดเล่นบทประคองน้องสาว ลดอุณหภูมิการเมืองในไทย

วันเดียวกัน อดีตนายกรัฐมนตรีอีกคนคือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้สัมภาษณ์สำนักข่าว BBC News (British Broadcasting Corporation) กรณีถูกเรียกไปรับทราบข้อกล่าวหาร่วมกันฆ่าโดยเจตนาจากการสลายการชุมนุมคนเสื้อแดง

อดีตนายกฯอภิสิทธิ์ยังยืนยันหนักแน่นว่าต้องมีคนรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และแน่นอนว่าต้องไม่ใช่เขาที่ใช้อำนาจเพื่อรักษาความสงบของบ้านเมือง ข้อกล่าวหาที่ถูกตั้งไม่มีความน่าเชื่อถือ

คำถามเด็ดของพิธีกรที่สัมภาษณ์คือ คำถามที่ว่า คุณ (อภิสิทธิ์) ไม่รู้สึกว่าจะต้องมีความรับผิดชอบ?

คำตอบที่ได้จากอดีตนายกฯผู้นี้คือ “การฟ้องร้องคดีแรกที่เกิดขึ้นกับผม เป็นกรณีของผู้ที่ไม่ได้อยู่ในการชุมนุมประท้วงด้วยซ้ำ สิ่งที่เกิดขึ้นคือ มีรถตู้พยายามแล่นฝ่าเครื่องกีดขวางที่ตั้งขึ้นโดยเจ้าหน้าที่ทหาร แล้วก็มีการยิงกันขึ้น ผู้เสียชีวิตรายนี้วิ่งออกไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น และโชคร้ายที่เขาถูกยิง”

อีกคำถามที่ถือว่าแทงใจมากที่สุดคือ คำถามที่ว่า คุณ (อภิสิทธิ์) เสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นบ้างไหม?

คำตอบที่ได้คือ “แล้วคุณจะต่อสู้กับคนที่เขาใช้อาวุธได้อย่างไรล่ะ”

อดีตนายกฯอภิสิทธิ์ยังพยายามอธิบายว่า ช่วงที่ผ่านมาได้เข้าประชุมหลายแห่งทั่วโลก รวมทั้งการประชุมจี 20 ที่มีการประท้วงและมีคนเสียชีวิตจากการพยายามปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ พวกเขาก็ต้องถูกดำเนินคดีเช่นเดียวกัน การเสียชีวิตที่เกิดขึ้นต้องมีคำอธิบายที่เหมาะสมตามกฎหมาย แต่ไม่เห็นมีที่ไหนที่นายกรัฐมนตรีจะต้องแสดงความรับผิดชอบอะไรเลยสำหรับปฏิบัติการที่เกิดขึ้น

อดีตนายกรัฐมนตรี 2 คนที่อยู่กันคนละขั้ว กำลังเผชิญชะตากรรมที่แตกต่างกัน

คนหนึ่งได้รับการยอมรับจากต่างชาติเพราะถูกโค่นอำนาจด้วยการรัฐประหาร แม้จะมีคดีความติดตัวแต่ก็เกิดจากผลพวงของการรัฐประหาร จึงยังมีอิสรเสรีที่จะเดินทางไปที่ไหนก็ได้บนโลกใบนี้

แต่อดีตนายกรัฐมนตรีอีกคนหนึ่ง ความอิสระกำลังค่อยๆหดหายลงไปทีละน้อย แว่วข่าวมาว่าต่อไปจะเดินทางไปไหนต้องขออนุญาตก่อนจึงไปได้ เพราะกำลังจะถูกสั่งห้ามเดินทางออกนอกประเทศ

ชีวิตเดินสวนทางต่างกันสุดขั้ว อดีตนายกฯทักษิณบินไปไหนก็ได้ในโลก ยกเว้นประเทศไทย แต่อดีตนายกฯอภิสิทธิ์ต้องอยู่แต่ในประเทศไทยไปไหนมาไหนได้ไม่อิสระเหมือนเดิม

ที่มา.หนังสือพิมพ์โลกวันนี้
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น