--- พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์ สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา ---

วันอาทิตย์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

วิกฤติพลังงานเกิดนานแล้ว ทำไมเพิ่งคิดได้ !!?


โดย.อดิศักดิ์ ลิมปรุงพัฒนกิจ

จู่ๆก็กลายเป็น Talk of the Town จนเกิดคำถามกันเซ็งแซ่ว่าทำไมรัฐมนตรีว่าการพลังงาน"พงษ์ศักดิ์ รักตพงษ์ไพศาล"

ออกมาเตือนประชาชนให้ประหยัดพลังงานถึงขั้นไฟฟ้าอาจจะดับหรือ Black Out ในพื้นที่บางส่วนของกรุงเทพมหานครและภาคใต้ เพียงแค่ท่อส่งก๊าซธรรมชาติจากแหล่งยานาดาและเยตากุลในทะเลอันดามันของประเทศพม่าจะหยุดส่งก๊าซมาโรงไฟฟ้าราชบุรีเพื่อปิดซ่อมแท่นชั่วคราวระหว่างวันที่ 5-11 เม.ย.นี้

"นายกรัฐมนตรีของเรา"เอาเรื่องเข้าคณะรัฐมนตรีเป็นวาระเร่งด่วนลงมติให้กระทรวงต่างๆรณรงค์ประหยัดการใช้ไฟฟ้าเพื่อลดภาระการใช้ไฟลง,สั่งไม่ให้ลดอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศลงต่ำกว่า 25 องศาเซลเซียส,ขอร้องไม่ให้ใส่สูทเหลือผูกแต่เน็คไท , ปิดไฟตอนเที่ยง ฯลฯถึงขั้นจะกำหนดเป็น KPI เพื่อประเมินประสิทธิภาพการประหยัดพลังงานของกระทรวงต่างๆ

สังเกตได้ว่าคุณยิ่งลักษณ์สามารถปรับเปลี่ยนคอลเลคชั่นเสื้อผ้าใหม่ทันที ดีไซน์ชุดถอดสูทใช้เสื้อเนื้อผ้าโปร่งบางมากขึ้น เพื่อทำให้ดูเป็นตัวอย่างการประหยัดพลังงาน อะไรปานนั้นที่ทำได้อย่างรวดเร็ว ล้วนแต่จะออกอาการเว่อร์ๆจนมีคนเริ่มจับผิดได้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทยอีกแล้ว

คนจำพวก"รู้ทันทักษิณ"ที่ยังหลงเหลืออยู่เยอะตามท้องถนน,ในสำนักงาน,กลางรัฐสภา,ห้องเรียนมหาวิทยาลัย ฯลฯ เริ่มรวมพลกลับมาสุมหัวปะติดปะต่อเรื่องราวออกได้อย่างมหัศจรรย์พันลึก เพื่อพยายามอธิบายปรากฏการณ์ประเทศไทยอาจจะ Black Out น่าจะเกิดมาได้อย่าง"เหนือเมฆ"จริงๆ

คนรู้ทันทักษิณบอกว่าให้คอยจับตาดูว่าหลังวิกฤติการณ์ไฟดับในวันที่ 5 เม.ย.จะเกิดอะไรขึ้นเพราะทุกครั้งที่มีเรื่องแปร่งๆประหลาดทันทีทันควันเกิดขึ้นจาก"นายกรัฐมนตรีของเรา"หรือ"รัฐมนตรีสังกัดสายตรงดูไบ" มักจะหนีไม่พ้นต้องมีชื่อของ"อดีตนายกรัฐมนตรีของเรา"พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรเข้าไปเกี่ยวข้องหรือยกหูสั่งการที่หลายๆครั้งได้สร้างความอึดอัดฮึดฮัดขัดใจจาก"น้องสาวคนเก่ง"อยู่บ่อยๆที่ส่วนใหญ่ก็มักจะขัดขืนไม่ได้ ถ้าไม่เห็นด้วยก็ทำได้อย่างมากแค่ถ่วงเวลาคล้ายๆ"ร้องไห้โยเย"เป็นอาการน่ารักๆของ"น้องสาวคนเล็กดื้อๆ"ที่ไม่ยอมพี่ชายที่ไม่ซื้อของเล่นให้เสียมากกว่า

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับธุรกิจพลังงานที่ยังเป็น"ธุรกิจในฝัน"ของแกไม่มีวันเสื่อมคลายไปจากความคิดคำนึงในแดนไกล หลังจากตัดสินใจขายกิจการโทรคมนาคม-ดาวเทียมให้กับกลุ่มเทมาเส็กไปแล้วเมื่อเดือนม.ค.2549 แกเบนเข็มไปเสาะแสวงหา"บ่อน้ำมัน"ในหลายๆประเทศ จนเคยเกิดข่าวลือไปว่าแกเคยเจ๊งกับการลงทุนซื้อบ่อน้ำมันมาแล้ว ยิ่งทำให้ผู้คนจำพวกรู้ทันทักษิณหันมาใช้ทฤษฎี Conspiracy อธิบายได้แทบทุกครั้งเสียด้วย เช่น กรณีเขาพระวิหารกับบ่อก๊าซในพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา ฯลฯ

ผมลองปะติดปะต่อเรื่องราวในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาก็เริ่มจะคล้อยตาม"พวกรู้ทันทักษิณ"เสียแล้วว่ามันต้องมีอะไรแน่ๆเลยกับอาการกระต่ายตื่นตูมไฟฟ้าจะดับในวันที่ 5 เม.ย. อันเกิดมาจากเหตุท่อแก๊สจากพม่าจะหยุดส่งก๊าซธรรมชาติชั่วคราวเข้าโรงไฟฟ้าราชบุรีที่เป็นกำลังผลิตไฟฟ้าร่วม 20 % ของประเทศประมาณ 8.25 พันเมกะวัตต์ จนทำให้ปริมาณกำลังไฟฟ้าสำรองของประเทศในวันนั้นจะลดลงเหลือแค่ประมาณ 700 เมกะวัตต์ที่ต่ำกว่าปริมาณสำรองปกติมาก

การปิดซ่อมแบบนี้เคยเกิดขึ้นมาเมื่อ 2 ปีแล้วไม่เคยมีปัญหาต้องตื่นตูมมากขนาดนี้ จนกลายเป็นว่าประสิทธิภาพการบริหารกำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศนี้ช่างแย่จริงๆไม่สมกับเป็นรัฐสิสาหกิจเกรดเอมายายนาน แค่พม่าหยุดส่งแก๊สเข้าโรงไฟฟ้าไม่กี่วันก็สามารถทำให้เศรษฐกิจของประเทศออกอาการรวนๆปั่นป่วนถึงขั้นโรงงานอุตสาหกรรมถูกขอร้องให้ลดกำลังผลิตลง

เพราะหากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยรู้ล่วงหน้าจะสามารถวางแผนเพิ่มกำลังการผลิตโรงไฟฟ้าที่ใช้พลังงานชนิดอื่นๆเพื่อผลิตไฟเพิ่มทดแทนเพื่อไม่ให้ปริมาณสำรองต่ำเกินไปจนเกิดความเสี่ยง เช่น การปล่อยน้ำในเขื่อนมากขึ้นเพื่อผลิตไฟฟ้าที่ใช้พลังน้ำเพิ่มขึ้น, การสวิตช์เครื่องจักรผลิตไฟฟ้าจากใช้แก๊สมาใช้น้ำมันเตา ฯลฯ

อันที่จริงแล้วประเทศไทยเสี่ยงตกอยู่ใน"ภาวะวิกฤติพลังงาน"มานานแล้วที่ยังแก้ไม่ตก เพราะสัดส่วนการใช้ก๊าซธรรมชาติเพื่อผลิตไฟฟ้าของกฟผ.สูงมากถึงประมาณ 70 %จากแหล่งก๊าซในอ่าวไทยที่อีกประมาณ 10 ปีก็เริ่มเหือดหายไปหมดแล้ว, แหล่งพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลย์เซียที่สงขลาและแหล่งยานาดากับเยตาคุณที่บริษัทปตท.สผ.เป็นผู้รับสัมปทานจากรัฐบาลทหารพม่า

กฟผ.ไม่สามารถเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานชนิดอื่นมานานแล้ว เช่น โรงไฟฟ้าเอกชนที่ใช้ถ่านหินคุณภาพสูงจากการนำเข้าที่ประจวบคีรีขันธ์ก็สร้างไม่สำเร็จถูกคัดค้านจากชาวบ้าน , โรงไฟฟ้าพลังน้ำไม่มีการสร้างใหม่มานานแล้วเพราะสร้างเขื่อนไม่ได้จนต้องไปใช้ไฟฟ้าพลังน้ำจากโรงไฟฟ้าในประเทศลาวมากขึ้น , โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะสำเร็จยิ่งเกิดกรณีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ญี่ปุ่นรั่วหลังเกิดสึนามิยิ่งยากจะเกิดในประเทศไทย ฯลฯ

แล้วพวกธุรกิจติดตั้งเครื่องยนต์ที่ใช้ก๊าซแอลพีจีสำหรับรถยนต์เลยโดยหางเลขเต็มเหนี่ยว รัฐมนตรีพลังงานบอกจะห้ามไม่ให้จดทะเบียนรถยนต์ที่ใช้ก๊าซแอลพีจีหรือก๊าซหุงต้มที่เป็นอันตรายมากๆและยังเป็นการเผาผลาญก๊าซธรรมชาติสิ้นเปลืองไปโดยไม่สร้างมูลค่าเพิ่ม ซึ่งผมเห็นด้วยอย่างยิ่งว่าประเทศไทยไม่ควรจะเอาก๊าซแอลพีจีมาใช้กับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่ไม่เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจใดๆ รัฐมนตรีพลังงานคนนี้ช่างกล้ามากๆขอยกนิ้วให้ด้วยความจริงใจ

ลองมาดูว่าเหตุการณ์อะไรบ้างที่เกี่ยวกับเรื่องพลังงานที่เป็น"เชื้อไฟ"อย่างดีให้คนรู้ทันทักษิณ เริ่มจับทางปะติดปะต่อเรื่องราวจนได้ข้อสรุปว่าเรื่องนี้จะต้องเกี่ยวกับ"อดีตนายกรัฐมนตรีของเรา"สั่งการผ่าน Skype มาอย่างแน่นอนที่สุด!!!(แต่ผมยังไม่เชื่อจนกว่าจะเกิดขึ้นจริงหรือมีหลักฐานคลิป Skype )

23 ม.ค.2556 ประธานบอร์ดการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย"พรชัย รุจิประภา"ที่ได้นั่งมานาน 7 ปี (เหตุผลเนียนพอสมควรคือนั่งมานานแล้วและเกษียณอายุไปแล้ว)ได้ยื่นใบลาออกทำให้บอร์ด 11 คนพ้นสภาพไปด้วย แล้วต่อมาวันที่ 12 ก.พ.คณะรัฐมนตรีอนุมัติบอร์ดชุดใหม่ของกฟผ.ที่มี"อัญชลี ชวนิตย์"อดีตผู้ว่าการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเป็นประธานที่ลือกันให้แซ่ดว่าเป็นสายตรงรัฐมนตรีพลังงาน

ข้อนี้ขอแสดงความเห็นด้วยว่าเป็นใครก็ต้องตั้งคนที่เป็นสายตรงมาเป็นประธานบอร์ดรัฐวิสาหกิจระดับยักษ์อย่างกฟผ.เพื่อจะได้ทำงานประสานงานกันคล่องตัวในทุกเรื่อง

1 ก.พ.2556 ประธานบอร์ดบริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน)"ณอคุณ สิทธิพงศ์"ที่ยังมีอีกตำแหน่งเป็นปลัดกระทรวงพลังงานได้ยื่นใบลาออก ด้วยเหตุผลแสนจะเนียนอีกเช่นกันว่างานเยอะเกินไป ขอลาออกดีกว่า(ผมเห็นด้วยและเชื่ออีกเช่นกันว่านั่งสองตำแหน่งใหญ่ขนาดนี้ก็งานเยอะไปจริงๆ คุณณอคุณนั่งมาตั้งนานแล้ว แต่ทำไมเพิ่งรู้สึกตัวว่างานเยอะเกินไปเป็นภาระจนทำไม่ไหวแล้ว)

แล้วชื่อของ"วิเชษฐ์ เกษมทองศรี"ที่มีคนรู้ทันทักษิณป้ายหน้าผากอีกว่าคนนี้สายตรงในก๊วนลูกชายทักษิณ"โอ๊ค-พานทองแท้"ก็ได้รับแต่งตั้งให้เป็นกรรมอิสระแล้วพักเดียวก็เลื่อนชั้นขึ้นไปนั่งเป็นประธานบอร์ดปตท.ที่มียอดรายได้ปีละ"สองล้านล้านบาท"และกำไรสุทธิมากกว่า 2 แสนล้านบาทเป็นที่เรียบร้อย

พวกรู้ทันทักษิณลากเส้นโยงระยางเส้นใยไปถึงโครงการพัฒนาพื้นที่ทวายจนได้ที่"นายกรัฐมนตรีหญิงของเรา"เอาใจใส่เป็นพิเศษเทียวไล้เทียวขื่อ ขอไปจ๊ะจ๋าผู้นำรัฐบาลพม่าเพื่อเสนอแผนของประเทศไทยที่อยากจะมีบทบาทมากขึ้นในการพัฒนาพื้นที่ทวายนี้ที่ยัง"เวอร์จิน"มากๆและในอนาคตน่าจะกลายเป็นแหล่งอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ของพม่าในยุคโชติช่วงชัชวาลแบบเดียวกับแผนพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออก( Eastern Seaboard)ที่เป็นแหล่งอุตสาหกรรมใหญ่ที่สุดของประเทศไทย

ข้อนี้ผมไม่ได้เห็นว่าผิดปกติหรือมีวาระซ่อนเร้นแต่อย่างใด อยากชมเชยด้วยซ้ำไปว่าถือเป็นการเคลื่อนไหวในเชิงยุทธศาสตร์ Geo-Politics หรือการเมืองเชิงภูมิศาสตร์ที่ถูกต้องและมีความสำคัญต่อประเทศเพื่อนบ้านอย่างพม่าที่กำลังเป็นที่หมายปองของชาติตะวันตกและญี่ปุ่นที่วิ่งวุ่นเข้าไปเสนอสารพัดโครงการให้รัฐบาลทหารพม่า

แต่กลับรู้สึกตงิดๆกลับข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับการพัฒนาพื้นที่ทวายที่มีร่องรอยเชื่อมโยงกับการเปลี่ยนบอร์ดกฟผ.และปตท.แบบอ้อมๆตรงๆดูน่าจะมีเงื่อนงำ"นโยบายแบบวัดครึ่งกรรมการครึ่ง"หรือผลประโยชน์ทับซ้อนหรือทุจริตเชิงนโยบายที่เป็นตราบาปติดหน้าผาก"อดีตนายกรัฐมนตรีของเรา"อย่างไม่มีวันเลือนหายไปไหน

รัฐมนตรีพลังงานลองตอบคำถามเหล่านี้ให้"คนรู้ทันทักษิณ"หายข้องใจ
จริงหรือเปล่าที่กระทรวงพลังงานสั่งให้บริษัทปตท.ไปศึกษาการวางท่อแก๊สจากแหล่งเยตาคุณมายังนิคมอุตสาหกรรมทวาย แต่ปตท.ยังออกอาการอิดออดไม่อยากจะลงทุนตอนนี้ เพราะดูตัวเลขความต้องการใช้ตอนนนี้แล้วท่าจะยังไม่คุ้ม เมื่อเทียบกับส่งแก๊สเข้ามาขายให้โรงไฟฟ้าราชบุรีที่มีกฟผ.ถือหุ้นใหญ่ที่มีความต้องการแน่นอนกว่านิคมอุตสาหกรรมทวายที่ยังเพิ่งเริ่มตั้งไข่ยังอีกนานหลายปีกว่าจะเกิดโรงงานอุตสาหกรรมที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าปริมาณมากๆ

ถ้าปตท.และบริษัทปตท.สผ.ที่เป็นผู้ถือสิทธิ์แหล่งก๊าซธรรมชาติในยานาดาและเยตากุนของพม่า ยังทำเป็นหูทวนลมเรื่อยๆเฉื่อยๆไม่สนใจคำขอร้องของรัฐมนตรีพลังงาน ประธานคนใหม่ของปตท.อาจจะลงมือสั่งให้เป็นเรื่องเป็นราวแต่ก็ไม่ง่ายนักเพราะปตท.กับปตท.สผ.อยู่ในตลาดหุ้นมีนักลงทุนต่างชาติถือหุ้นอยู่เยอะ แต่ถ้าลองประธานบอร์ดปตท.ใช้อำนาจสั่งตามอำเภอใจสักครั้งโดยไม่ดู Feasibility Study ของโครงการนี้ว่าคุ้มหรือเปล่า อาจจะทำให้นักลงทุนต่างชาติสูญเสียความเชื่อมั่นราคาหุ้นร่วงเอาร่วงเอาจะทำให้"ผู้ถือหุ้น"น้ำตาตกกันเป็นแถวๆ

อีกข้อที่ยังน่าข้องใจว่าจะเป็นจริงเชียวหรือ ? รัฐมนตรีพลังงานช่วยตอบอีกข้อก็แล้วกัน
บอร์ดกฟผ.อยากจะสร้างโรงไฟฟ้าในพื้นที่พัฒนาทวายในนามของโรงไฟฟ้าราชบุรีที่กฟผ.ถือหุ้นใหญ่ที่สุดอยู่แล้วหรือไม่ก็ให้บริษัท กฟผ.อินเตอร์เนชั่นแชนัลเป็นบริษัทที่ไปลงทุนร่วมกับบริษัทโรงไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้งเพื่อสร้างโรงไฟฟ้าหรือลงทุนต่อท่อก๊าซจากแหล่งเยตาคุนที่เป็นของปตท.สผ.มาให้โรงไฟฟ้าในทวายใช้เสียเลยจะง่ายกว่าให้ปตท.ลงทุน

ยิ่งคิดยิ่งเตลิดเปิดเปิงไปใหญ่ว่าแล้วจะโยงไปถึงคดีเขาพระวิหารที่ไทยที่ถูกลากเส้นแผนที่ฝรั่งเศสโยงลงไปในแหล่งก๊าซธรรมชาติในทะเลอ่าวไทยหรือเปล่า เพราะ"อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย"แสดงความสนใจออกนอกหน้า ในเชิงยุทธศาสตร์อยากให้ประเทศไทยได้มีข้อตกลงพัฒนาพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลระหว่างไทยกับกัมพูชาที่เป็นแหล่งก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ที่เหลืออีกแหล่งเดียว แบบเดียวกับพื้นที่ในทะเลทางใต้ทับซ้อนกับมาเลย์เซียที่กว่าจะตกลงแบ่งผลประโยชน์กันได้ใช้เวลาเจรจานานกว่า 20 ปี

แต่พวกรู้ทันทักษิณคิดไปไกลถึงขั้นเอา"เขาพระวิหาร"คืนไป ขอแลกเอาสัมปทานก๊าซธรรมชาติทางทะเลมาให้ใคร ? แล้วลากเชื่อมสร้างถนน"ทวาย-อีสเทิร์นซีบอร์ด-เกาะกง-แหล่งก๊าซใหม่"จะทำให้ประเทศไทยยึดครองพื้นที่ในเชิงยุทธศาสตร์จากฝั่งตะวันตกของพม่าเชื่อมทะเลฝั่งตะวันออกของไทย

ห้ามยากเสียด้วยพวกรู้ทันทักษิณล้วนแต่มีจินตนาการสูงมากๆไร้ขอบเขต จนผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า"พวกเขาคิดได้ไง"หรือ"รู้ทันทักษิณ"ได้ยังไง?ที่ผมไม่มีวันเชื่อพวกเขา ถ้าไม่ได้เกิดขึ้นจริงๆแบบจับได้คาหนังคาเขา

ที่มา.กรุงเทพธุรกิจ
////////////////////////////////////////////////////////////////

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น