--- พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์ สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา ---

วันจันทร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ความไม่แน่นอน !!?

โดย.สรกล อดุลยานนท์

คำถามที่ว่า "เมื่อไรจะจบ" กลายเป็นคำถามยอดฮิต เพราะไม่มีใครรู้ว่าความขัดแย้งการเมืองไทยจะจบลงเมื่อไร

ความอึมครึมของการเมืองไทยทำให้ผมนึกถึงคำของนักธุรกิจใหญ่คนหนึ่ง

เขาบอกว่าสถานการณ์ที่เขาไม่ชอบที่สุด

คือ "ปลาไม่รู้เป็นไม่รู้ตาย"

ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร

วันนี้นักธุรกิจส่วนใหญ่สนใจว่าจะจบ "เมื่อไร"

มากกว่าจะจบ "แบบไหน"

คือ ยอมแล้ว... จบแบบไหนก็ได้

ขอให้จบเสียที

ต่อให้เลวร้ายที่สุดก็ยังดี เพราะจะได้รู้ว่าถึงก้นเหวแล้ว

จะได้เริ่มต้นใหม่

แต่ในระยะยาว... ต้องขอเตือนว่า การ "จบแบบไหน" สำคัญพอๆ กับ "จบเมื่อไร"

เพราะถ้าจบแบบไม่มีหลักการจะสร้างปัญหาที่ใหญ่ยิ่งกว่าในอนาคต

เหมือนรัฐประหาร 2549 ที่คิดว่าจะจบ

สุดท้ายก็ไม่จบ

เราคิดว่า "ม็อบพันธมิตร" ใหญ่ที่สุดแล้ว "ม็อบเสื้อแดง" ใหญ่กว่า

คิดว่า "ม็อบเสื้อแดง" ใหญ่แล้ว

และสุดท้าย "ม็อบ กปปส." ใหญ่กว่า

นี่คือ พัฒนาการของความเลวร้ายที่เกิดขึ้นในเมืองไทย

คุยกับนักธุรกิจใหญ่คนหนึ่ง... เขาบอกว่าสถานการณ์เศรษฐกิจวันนี้กำลังเข้าสู่วงจรอุบาทว์

เรื่องชาวนาไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ทางการเมือง

ผลกระทบจากที่ชาวนาไม่ได้เงินกำลังจะลามไปทั่ว

เงินแสนกว่าล้านที่ไม่ถึงมือ "รากหญ้า" ส่งผลสะเทือนเป็นลูกโซ่

เพราะเงินก้อนนี้ในมือคนจนจะหมุนในระบบเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 3 รอบ

ตัวเลขยอดค้าปลีกทุกค่ายเมื่อเดือนที่แล้ว ลดลงระดับ 2 หลักทุกแห่ง

คือ หลักสิบ... ไม่ใช่หลักหน่วย

ตัวเลขเอ็นพีแอลของแบงก์เริ่มขยับ

นั่นคือ เหตุผลที่ "อานันท์ ปันยารชุน" ออกมาให้สัมภาษณ์วันก่อน

เพราะรู้แล้วว่าการนำเรื่องชาวนามาเล่นเกมการเมืองจะส่งผลกระทบอย่างไรต่อระบบเศรษฐกิจไทย

ฟังนักธุรกิจใหญ่คนนี้วิเคราะห์สถานการณ์จบ... ผมก็อดถามคำถามยอดฮิตไม่ได้

"แล้วมันจะจบเมื่อไร"

เขาส่ายหน้า... เป็นคำตอบเดิม ๆ

ไม่รู้เหมือนกัน

ครับ... พอประเมินไม่ได้ว่าเรื่องจะจบเมื่อไร... เราก็วางแผนธุรกิจยาก

นึกถึงรุ่นพี่คนหนี่ง... ตอนที่เขาเผชิญกับวิกฤตที่ไม่รู้เป็นไม่รู้ตายคล้ายๆ แบบนี้

สิ่งที่เขาทำก่อนเลย... คือ ไปดูหมอ

ทั้งที่ไม่ใช่คนที่เชื่อเรื่องนี้

รุ่นพี่คนนี้เขาต้องการใครสักคนหนึ่งมาบอกว่า เรื่องนี้จะจบลงเมื่อไร

ต้องให้มีใครสักคนหนึ่งฟันธง

คนรอบข้างก็มีความรู้ความสามารถเรื่องธุรกิจเหมือนกัน

จะให้เชื่อกันก็ทำใจไม่ได้

ไปหาหมอดูดีกว่า

เพราะเป็นศาสตร์ที่เขาไม่รู้

พอหมอดูบอกว่าเรื่องจะจบเมื่อไร...

เขาเอาวันนั้นเป็น "ธง"

วางแผนธุรกิจตาม "ธง" นั้นเลย

จริงไม่จริงไม่รู้

แต่ก็ดีกว่าอยู่เฉย ๆ

ที่มา.ประชาชาติธุรกิจ
////////////////////////////////////////////////

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น