--- พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์ สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา ---

วันพุธที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

เปิดใจข้าราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หลังตัดโซ่ปลดแอก ชัตดาวน์..

ภายหลังจากกลุ่มมวลมหาประชาชน กปปส.ได้เข้าปิดประตู ทางเข้ากรมป่าไม้ และกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) ที่ถนนพหลโยธิน เขตบางเขน ตั้งแต่วันที่ 14 ม.ค.ที่ผ่านมา เพื่อขอให้ข้าราชการร่วมชัตดาวน์กรุงเทพนั้น

 นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ อธิบดีกรมป่าไม้ พร้อมด้วย นายนิพนธ์ โชติบาล รักษาการอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูง และตัวแทนข้าราชการกว่า 30 คนจากทั้ง 2 กรม ได้ร่วมกันเป็นสักขีพยานในเปิดโซ่คล้องประตูอย่างเป็นทางการ เพื่อให้ข้าราชการกลับมาทำงานได้ตามปกติ

โดยการเปิดโซ่ครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลังการประชุมร่วมกับทางศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.)เมื่อวันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมา เพื่อให้กรมต่างๆ ย่านรอบๆ พื้นที่บางเขน ที่ถูกกปปส.ปิดประตูกรม และใช้โซ่คล้องกุญแจไว้ เพื่อขอความร่วมมือไม่ให้ข้าราชการ และเจ้าหน้าเจ้าทำงานตามนโยบายชัตดาวน์กรุงเทพ ของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ตั้งแต่วันที่ 14 ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งการเปิดโซ่ประตูกรมป่าไม้ครั้งนี้ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาดูแลสถานการณ์อย่างใกล้ชิดด้วย

สำหรับบรรยากาศการทำงานในวันนี้ พบว่าข้าราชการและเจ้าหน้าที่ ยังคงมาทำงานไม่เต็มที่ และบางตา โดยเฉพาะกลุ่มลูกจ้างเหมาทีโออาร์ ซึ่งก่อนหน้านี้ต้องหยุดทำงานชั่วคราวเกือบ 2 สัปดาห์ เพราะยังได้รับค่าจ้างแบบรายวัน ในช่วงหลังจากถูกชัตดาวน์ ทำให้กรมอุทยานฯ กรมป่าไม้ ได้ให้บางส่วนหยุดงานชั่วคราวได้

นิพนธ์ บอกว่า การเปิดประตูกรมป่าไม้ครั้งนี้เรียบร้อยดี และสั่งการให้ข้าราชการ ลูกจ้างของกรมอุทยานฯเร่งสะสางงานเร่งด่วนต่างๆ ในทันที เพราะในช่วงที่ถูกชัตดาวน์ยอมรับว่ายังต้องมีการแอบเข้ามาทำงานกัน 50% เพราะมีงานเร่งด่วน เช่น งานด้านกฎหมายและคดีต่างๆ ที่ต้องขึ้นศาล และงานที่มีเงื่อนไขทางด้านเวลาเข้ามาเกี่ยวข้อง รวมถึงหนังสือตรวจสอบพื้นที่ต่างๆ เป็นต้น

" คาดว่าในสัปดาห์นี้เพื่อนข้าราชการจะกลับมาทำงานได้ 100% ทั้งนี้ในช่วงที่ถูกปิดประตู และมีข่าวว่า กปปส.จะเข้ามาตรวจว่ามีข้าราชการแอบมาทำงานที่กรม ผมยังต้องหนีไปนั่งทำงานและเซ็นเอกสารที่คณะวนศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์เลย" นิพนธ์ กล่าวพร้อมยอมรับว่าการชัตดาวน์กระทบกับการทำงานที่ไม่สามารถขับเคลื่อนไปได้ ดังนั้นหากจะมีการชัตดาวน์รอบ 2 ตามที่นายสุเทพ ประกาศไว้นั้น อยากให้มีการพูดคุย เจรจา กันมากกว่า

ส่วน บุญชอบ ชี้ว่าที่ผ่านมาถึงจะถูกปิดประตูให้ร่วมชัตดาวน์ แต่ในภาพรวมไม่ได้ส่งผลกระทบต่อเนื้องานมากนัก มีเพียงการประชุม สัมมนาที่จำเป็นต้องเลื่อนออกไป ส่วนงานสำคัญๆ ที่ยังต้องเดินหน้า ได้มอบหมายให้ระดับผู้อำนวยการสำนักต่างๆ ดำเนินการตามปกติและส่วนมากก็เข้ามาทำงานได้อยู่แล้ว

" เราบอกมาตลอดว่ากรมป่าไม้ ไม่มีหน้าที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองอย่างเด็ดขาด ดังนั้นถึงจะถูกสั่งให้ชัตดาวน์ แต่เรายังคงต้องทำงานตามแผนนโยบาย ไม่ได้หยุดทั้งหมดจนงานชะงัก แต่หากจะมีการชัตดาวน์ ปิดกรมรอบ 2 คงต้องดูท่าทีของทส.และเพื่อนข้าราชการกรมอื่นๆ ด้วย" นายบุญชอบ ระบุ

ในทางกลับกันเสียงจากข้าราชการกรมอุทยานแห่งชาติรายหนึ่งบอกว่า การปิดประตูกรมอุทยาน กับกรมป่าไม้ ตั้งแต่วันที่ 14 ม.ค.ที่ผ่านมา ส่วนตัวมองว่า ไม่มีผลกระทบอะไร หรือมีอะไรผิดปกติ การเข้าทำงานยังสามารถมาทำงานได้ปกติ แต่บางคนอาจต้องปืนรั้วเข้ามาบ้างทางด้านหลังประตูที่ติดกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นเพราะไม่ต้องการอ้อมในการเดินทาง

ขณะเดียวกันก็ยอมรับว่าการทำงานอาจไม่ได้ครบทั้ง 100% เนื่องจากบางอาคารถูกปิด รวมถึงในแง่การประสานงานก็ต้องยุติไปโดยปริยาย อีกทั้งงานหนังสือราชการก็สะดุดไป แต่ไม่ถึงทำให้ส่งผลกระทบต่อการเบิกจ่ายเงินต่างๆ มากนัก

" มองปรากฏการณ์นี้ว่าเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ของกลุ่ม กปปส. ที่ต้องการส่งความกดดันไปยังรัฐบาลที่ราชการทำงานไม่ได้ แต่ส่วนตัวเชื่อในแง่ของเสียงสะท้อนที่เกิดขึ้นว่า อยากให้ปฏิรูปก่อน เพราะมองว่าในภาพใหญ่ ประเทศต้องการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ในทิศทางที่ควรจะเป็นในทุกๆ เรื่อง เพราะทะเลาะกันมากมาย ก็ควรต้องเปลี่ยนอะไรบ้าง หากการเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่มีผล ก็รู้สึกมืดมน เพราะทุกอย่างยังอยู่ในวังวนเดิมๆ" เขาสะท้อน

ขณะที่ในส่วนของกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งตั้งอยู่ในซอยอารีย์สัมพันธ์ ซึ่งบริเวณรอบๆ ประกอบด้วยกรมสรรพากร กรมประชาสัมพันธ์ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม และด้านหลังติดกับกระทรวงการคลัง ทำให้ถูกชัตดาวน์มาก่อนกรมป่าไม้

เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติงานรายหนึ่ง บอกว่า ทุกๆ วันถึงแม้จะต้องปืนรั้วกรมประชาสัมพันธ์ ที่ไม่ได้เปิดประตูเล็กๆ จนบางวันก็เกือบพลัดตกลงไป แต่ทั้งหมดไม่ถือเป็นอุปสรรคที่ต้องเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ที่ ทส.เลย แม้ว่าบางวันก็ต้องเงี่ยหูฟังว่า กปปส.จะมาตรวจสอบว่ามีคนแอบลักลอบมาทำงาน หรือขู่ตัดน้ำตัดไฟหรือไม่

เธอ บอกว่า การชัตดาวน์ในฐานะคนทำงาน โดยเฉพาะข้าราชการ เขาไม่ได้ปิดกั้นว่าใครต้องอยู่ฝั่งไหน แต่ละคนมีจุดยืนของตัวเอง และทุกองค์กรไม่ใช่ของรัฐ ก็เป็นแบบนี้ แต่การแสดงออกทางการเมืองของแต่ละคน ตราบใดถ้าไม่ปะปนกับการทำงาน และความรับผิดชอบของตัวเองก็ไม่ส่งผลกระทบอะไร ทั้งนี้บางรายอาจไม่สะดวกในการเดินทาง ก็อาจทำงานที่บ้านได้

" มองว่าข้าราชการ ยังไม่กระทบ เพราะยังมีเงินเดือนที่รัฐต้องจ่ายให้ โชคดีกว่า อาจจะลำบาก แม้ว่าต้องปืนรั้วความสูงประมาณ 3 เมตร ขณะที่คนกลุ่มอื่นๆ เช่น พ่อค้าแม่ค้า ชาวนา หรืออาชีพอื่นๆ มีผลกระทบมากกว่า ดังนั้นการคล้องโซ่ ปิดกุญแจ จึงไม่ได้สะท้อนว่าข้าราชการ เจ้าหน้าที่จะละเลยการปฏิบัติหน้าที่ ขณะเดียวกันก็ไม่ได้บอกว่าถ้าเปิดโซ่แล้ว จะทำให้การทำงานดีขึ้นหรือแย่ลง"

และเธอยังย้ำว่า เสียงสะท้อนภายหลังการเปิดโซ่ หรือการชัตดาวน์กรมต่างๆ เพื่อนำไปสู่การปฏิรูปประเทศตามข้อเรียกร้องของกปปส.นั้น ถ้าถามว่ามันมีหลายสิ่งที่ทุกคน ทุกฝ่ายควรมีส่วนร่วมมากกว่านี้ แต่ไม่ใช้แค่ฝั่งกลุ่ม กปปส. กับรัฐบาล แต่ควรมีกลุ่มอื่นๆ มีคนมากมายในสังคม ทั้งชาวนา นักศึกษา องค์กรอื่นๆ ที่อยู่ในพื้นที่ของสังคม และยังขาดการยอมรับ แต่ทุกฝ่ายควรต้องหันหน้ากลับมาเจรจากันอย่างจริงจังเสียที่ เพื่อปลดโซ่ตรวนครั้งนี้

ที่มา.กรุงเทพธุรกิจ
-------------------------------------------------

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น