--- พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์ สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา ---

วันพุธที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2557

เทศมองไทย : ต้องแก้ด้วยคนไทย..!!?


สุทธิชัย หยุ่น ,คริสตี้ เคนนี่ย์

เป็นเรื่องที่ต้องแก้โดยประเทศไทยและคนไทย คริสตี เคนนีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทย

นางคริสตี เคนนีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทย เกี่ยวกับท่าทีของสหรัฐที่มีต่อสถานการณ์ทางการเมืองไทย รวมถึงการเปรียบเทียบเหตุการณ์กับความขัดแย้งในยูเครน และเปิดใจหลังจากมีข่าวลือเกี่ยวกับการโยกย้ายทูตสหรัฐ

การสัมภาษณ์ทูตสหรัฐล่าช้าไปเล็กน้อยเพราะมีข่าวว่า คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) มีแผนการเคลื่อนขบวนผ่านถนนด้านหน้าสถานทูต ซึ่งเมื่อถามว่าการชุมนุมประท้วงของ กปปส. มีความหมายอย่างไร นางเคนนีย์ ตอบว่า เป็นการชุมนุมอย่างสันติและประชาชนก็มีสิทธิในการแสดงออก

เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทยกล่าวว่า ไม่ทราบเรื่องเสียงวิจารณ์ในหมู่ผู้ชุมนุม เกี่ยวกับตัวเธอและรัฐบาลสหรัฐ ว่าลำเอียงและเข้าข้างรัฐบาล

กระแสอารมณ์ความรู้สึกของผู้คนมีสูงมากในช่วงที่ผ่านมา ผู้คนมีความเห็นที่แน่วแน่มาก ดิฉันคิดว่าบางครั้งผู้คนก็มีความรู้สึกคับข้องใจ ไม่ข้างใดข้างหนึ่งมักจะคิดว่าสหรัฐไม่ได้ก้าวออกมาสนับสนุนพวกเขา ทั้งที่จริงๆ แล้วเราไม่ได้เข้าข้างฝ่ายใด แต่ดิฉันคิดว่าทั้งสองฝ่ายหวังว่าเราจะเข้าข้างพวกเขา"

ส่วนกรณีที่ผู้คนไม่ค่อยพอใจในตัวเธอนั้น นางเคนนีย์ กล่าวว่า "ดิฉันเป็นทูต ดังนั้นตอนที่คนไม่ชอบใจสหรัฐ ก็มาร้องเรียนกับดิฉัน"

นางเคนนีย์ กล่าวว่าที่ผ่านมาเธอระมัดระวังมากทุกครั้งที่พูดถึงการชุมนุม "แต่ช่วงเวลานี้อารมณ์ความรู้สึกของผู้คนแรงกล้ามาก ทำให้ความคิดเห็นแรงกล้าไปด้วย และมีความรู้สึกรักประเทศชาติอย่างมาก ทั้งยังอยากทราบว่าควรจะดำเนินการอย่างไรต่อไป รวมถึงควรจะบริหารบ้านเมืองอย่างไร"

เมื่อถูกถามว่าเธอจะทำอย่างไรเพื่อลบล้างความรู้สึกในหมู่ผู้ชุมนุม นางเคนนีย์ ตอบว่า "ท่าทีของสหรัฐชัดเจนมาก เราได้ออกแถลงการณ์มาหลายฉบับในช่วงที่สถานการณ์ยืดเยื้อมา 4-5 เดือน แถลงการณ์เหล่านี้ออกโดยรัฐบาลสหรัฐที่กรุงวอชิงตัน และมีการใช้ถ้อยคำอย่างระมัดระวังรวมถึงชัดเจนมากเกี่ยวกับการสนับสนุนประเทศไทยในฐานะมิตรประเทศ หรือแสดงการสนับสนุนกระบวนการประชาธิปไตย รวมถึงสนับสนุนให้การเจรจาอย่างสันติ เราเรียกร้องให้ทุกฝ่ายงดเว้นจากการใช้ความรุนแรง

เราแสดงการสนับสนุนเสรีภาพในการแสดงออกและการชุมนุมอย่างสันติ แต่ดิฉันคิดว่าสำหรับบางคน สิ่งดังกล่าวอาจไม่เพียงพอ พวกเขาคงคาดหวังมากกว่านี้ในความเห็นของพวกเขา"

นางเคนนีย์ กล่าวด้วยว่า เธอเห็นด้วยกับนายจอห์น แคร์รี รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ที่ระบุว่าประชาธิปไตยประกอบด้วยองค์ประกอบหลายอย่าง รวมถึงหลักนิติธรรม ความโปร่งใส สถาบันต่างๆ ที่มีความแข็งแกร่ง และระบบตุลาการที่มีอิสระ นอกเหนือจากการเลือกตั้ง ซึ่งเธอมองว่าเป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่ง

ต่อข้อถามว่าแล้วจะทำอะไรเพิ่มเติมเพื่อแสดงให้เห็นว่าไม่ได้คัดค้านการชุมนุมอย่างสันติ นางเคนนีย์ ตอบว่า "ดิฉันพูดกับตัวเอง พูดกับบรรดาเพื่อนร่วมงาน เราได้พูดคุยกับทุกฝ่ายในประเทศไทย" อย่างไรก็ตาม นางเคนนีย์ไม่ยอมตอบว่าเคยพบกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. หรือไม่

ทั้งนี้ นางเคนนีย์ เคยพบกับ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

"ดิฉันได้พบกับหลายคน ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นข่าว และไม่ได้พบแค่ผู้ชุมนุมหรือรัฐบาล แต่เราได้พูดคุยกับมหาวิทยาลัยหลายแห่ง ภาคประชาสังคม บรรดาผู้นำภาคธุรกิจ และคนทำงานในภาคธุรกิจ"

เมื่อถูกถามว่า อเมริกาใช้ “สองมาตรฐาน” หรือไม่ สำหรับท่าทีต่อผู้ประท้วงในประเทศไทยและประเทศยูเครน โดยที่อเมริกามีท่าทีที่ชัดเจนว่าสนับสนุนกลุ่มผู้ประท้วงในยูเครน ทั้งๆ ที่ทั้งสองประเทศก็มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเช่นเดียวกัน นางเคนนีย์ ตอบว่า

“ประการแรก จะไม่เปรียบเทียบยูเครนกับไทย ซึ่งมีสถานการณ์ที่แตกต่างกันมาก ประเทศไทยเป็นประเทศเอกราชที่ไม่เคยเป็นอาณานิคมมาก่อน ไม่เหมือนยูเครนซึ่งเป็นประเทศที่เพิ่งได้รับเอกราชที่ยังไม่รู้ว่าจะวางบทบาทของตัวเองอย่างไรต่อรัสเซีย”

“ในยูเครน เราก็ได้แสดงความเป็นห่วงถึงการยึดสถานที่สาธารณะและเรื่องของความรุนแรง ดังนั้น จึงมีข้อคล้ายคลึงบางส่วน แต่ทั้งสองประเทศก็เป็นประเทศที่แตกต่างกันมากและมีสถานการณ์แตกต่างกัน” นางเคนนีย์ กล่าวว่า ผู้ประท้วงในไทยมีสิทธิและเสรีภาพในการแสดงออก แต่ในยูเครน ผู้ประท้วงมีสิทธิมีเสียงค่อนข้างน้อย

เมื่อถามว่า คิดหรือไม่ว่าสถานการณ์ในไทยมาถึงจุดที่จะต้องอาศัยคนนอกเข้ามาช่วยแก้ปัญหา นางเคนนีย์ กล่าวว่า เธอคิดว่าสถานการณ์ในไทยจะเป็นไปในทางที่ดี และคนไทยจะสามารถหาทางออก ผ่านการเจรจาอย่างสันติได้

“เป็นเรื่องที่ต้องแก้โดยประเทศไทยและคนไทย”

นางเคนนีย์ เสริมว่า คนจากทุกกลุ่มที่ขัดแย้งได้นำประเด็นปัญหาขึ้นมาถกเถียง ซึ่งเป็นประโยชน์และเป็นทางที่ดีที่จะใช้การประท้วงอย่างสันติเพื่อนำไปสู่การหยิบยกปัญหาที่สำคัญต่อประชาชน

ในการสัมภาษณ์ครั้งนี้ นางเคนนีย์ยังได้ปฏิเสธข่าวลือว่าเธอถูกสั่งย้าย โดยกล่าวว่า วาระ 3 ปีของเธอได้สิ้นสุดลงเมื่อเดือนม.ค. ที่ผ่านมา แต่ได้รับการร้องขอโดยรัฐบาลให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อ

เมื่อถูกถามว่า ทำไมจึงได้รับการต่ออายุ นางเคนนีย์ กล่าวว่า คงเป็นเพราะรัฐบาลสหรัฐพอใจกับผลงานของเธอที่นี่ และเธอเองก็มีความสุขที่ได้อยู่ในประเทศไทย

เมื่อถามว่า ไม่ใช่เป็นเพราะหาคนมาแทนเธอไม่ได้หรอกหรือ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทย กล่าวว่า “เอาไว้ให้ประธานาธิบดีของฉันตอบข้อนั้นก็แล้วกันค่ะ”

ที่มา.กรุงเทพธุรกิจ
---------------------------------------------

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น