--- พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์ สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา ---

วันพฤหัสบดีที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2559

สัญญานดี เวิลด์แบงค์ ขยับจีดีพีไทย 2.5%






คนไทยชักมีความหวัง หลังจากรัฐบาลส่งซิกเศรษฐกิจกำลังจะโตมานาน แต่ก็ยังไม่สนิทใจนัก หนนี้แบงก์โลกเคาะเปรี้ยงกับมือ จีดีพีไทยปีนี้มีแววสดใสให้เห็น
 ผู้อำนวยการธนาคารโลก ประจำภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ บอกมาว่า ธนาคารโลกได้วิเคราะห์แล้ว เห็นควรปรับคาดการณ์อัตราการเติบโตการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยในปี 2559 นี้เพิ่มเป็น 2.5% จากเดิมที่คาดว่าจะโตแค่ 2%

ที่ว่าแบบนี้ก็เพราถะว่าเศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกของไทยใสปิ๊งๆจริงๆ ดีเกินคาดถึง 3.2% และทั้ง 3 ปัจจัยนี้ยังเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก ของเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลัง

ขณะเดียวกัน แบงก์โลกก็มีคาดกการณ์ประเทศอื่นๆในอาเซียนไปด้วย โดยประเทศที่เติบโตมากสุดคือ พม่า 7.8% รองลงมาคือ เวียดนาม 6.2% อินโดนีเซีย 5.1% มาเลเซีย 4.4%

ดูๆจากตัวเลขนี้ นายเกียรติพงศ์ อริยปรัชญา หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ประจำประเทศไทยบอกว่าที่ไทยได้ปรับขึ้นจาก 2% เป็น 2.5% ขึ้นมา 0.5% นี้ ถือว่าอัตราการขยายมากสุด แต่ตัวเลขการเติบโตต่ำสุดในอาเซียน ซึ่งสะท้อนได้ว่า เศรษฐกิจไทยเป็นแบบค่อยๆฟื้นอย่างช้าๆ ก็เป็นผลมาจากที่เศรษฐกิจโลกชะลอตัว และปัญหาโครงสร้างทางเศรษฐกิจของไทยนั่นเอง

โตช้าแบบสโลว์บัทชัวร์หรือไม่..ให้ระวังความไม่แน่นอนทางการเมือง ที่อาจจะทำให้นโยบายการคลังในครึ่งปีหลัง อาจจะมีประสิทธิภาพลดน้อยถอยลงได้ แล้วก็มีเรื่องเศรษฐกิจจีนที่ยักแย่ยักยันอยู่ เพราะเราผูกกับจีนไว้เยอะ สัดส่วนการค้าขายกับจีนถึง 12% ไปจนถึงเรื่องสินค้าเกษตรที่โตติดลบมานาน สุดท้ายคือภัยธรรมชาติ

ทั้งหมดคือปัจจัยเสี่ยงที่ต้องระวัง แต่ยังมีเรื่องน่าห่วงอีกหนึ่ง คือสังคมสูงวัย “แก่ก่อนรวย” ที่อาจจะส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยในอีก 5 ปีข้างหน้าได้ พบว่าขณะนี้ประชากรวัยทำงานไทยในปี 2583 หรือ 24 ปีข้างหน้า จะลดลงอีก 11% คือจาก 49 ล้านคน เหลือ 40.5 ล้านคน อันนี้ต้องระวัง ต้องเร่งรับมือและปฏิรูปหลายด้าน ทั้งเรื่องบำนาญ การดูแลสุขภาพ การดูแลในระยะยาว จะทำยังไง เพราะประเทศอื่นๆเจอกันมาเยอะแล้วทั้งสิงคโปร์ ญี่ปุ่น

ที่มา.สยามธุรกิจ
-------------------------------------------------------

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น