--- พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์ สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา ---

วันเสาร์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2559

พัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์ เก็บไข่หลายฟองในตะกร้าหลายใบ ....

โดย อรรถวันท์ เกตุดาว

รัฐบาลประเทศไทยให้ความสำคัญกับการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ควบคู่ไปกับการสานต่อ "วิถีไทย" อันเป็นความสงบสุขร่มเย็นของปวงชนชาวไทยที่สืบทอดกันมายาวนานทุกยุคทุกสมัย และยังคงดำรงต่อไป

อย่างไรก็ดี การมีความหลากหลายในทางปฏิบัติเพื่อพัฒนาประเทศ ย่อมดีกว่า การมีหนทางเพียงหนทางเดียว เพราะไทยเราถึงแม้จะมีนโยบายดำเนินงานด้านต่าง ๆ ให้ทันกระแสโลก กระนั้นเราก็ยังคงมีวิถีชีวิตแบบไทย ๆ เอาไว้ เพราะนี่คือ "เสน่ห์วิถีไทย" ที่ผู้คนทั่วโลกสืบเสาะแสวงหา เป็นความสงบสุขร่มเย็นแห่งจิตใจ นอกจากนี้แล้วประเทศไทยยังเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาโลก ที่ชนทั่วโลกต่างยอมรับ ซึ่งเป็นที่น่ายินดียิ่งกับการยกย่องในระดับโลกเช่นนี้ แต่เราชาวไทยเองก็ต้องเน้นในเชิงประพฤติปฏิบัติด้วย จึงจะเข้าถึงธรรมที่แท้จริงได้

ธรรมะค้ำจุนโลก มีผลให้จิตใจของประชาชนชาวไทย โดยเฉพาะเยาวชน เห็นความสำคัญ และธรรมะยังเป็นแกนสำคัญในการหล่อหลอมจิตใจให้เด็กและเยาวชนเติบโตเป็นกำลังของชาติที่มีคุณภาพ การพัฒนากำลังคนทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมาย จะเป็นผู้นำทางด้านเศรษฐกิจและสังคม ส่งผลให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดี อยู่ดีกินดี มีการศึกษา และสามารถสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้กับประเทศชาติได้ ความจริงข้อนี้ก็เป็นที่ยอมรับ

การที่รัฐบาลเน้นพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อความเจริญก้าวหน้าของเศรษฐกิจก็จริงอยู่ แต่ต้องพัฒนาไปพร้อม ๆ กับการพัฒนาชีวิตจิตใจ และการพัฒนาเชิงเกษตรและอุตสาหกรรมด้วย เสมือนการเก็บไข่หลายฟองไว้ในตะกร้าหลายใบ จะทำให้เราเสี่ยงต่อความล้มเหลวน้อยลง

เพราะหากไข่ในตะกร้าใบไหนต้องสูญเสียหรือถูกทำลายไป ก็ยังมีไข่ในตะกร้าใบอื่น ๆ สำรอง ทำให้ส่งผลกระทบกระเทือนได้น้อยลง ฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว หากเราทั้งหลายร่วมแรงร่วมใจกันทำเพื่อชาติอย่างแท้จริง

ศาสนาเป็นรากเหง้าแห่งชีวิต ทำให้ชีวิตเติบโตไปในทิศทางที่ดี กำหนดให้สอดคล้องกับนโยบายของชาติได้โดยไม่ต้องมาแบ่งแยกให้เกิดความแปลกแยกทางความคิด เพราะทุกประเด็นมีผลต่อการเอื้อประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศชาติทั้งสิ้น ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม

กำหนดจิตให้เป็นเอกภาพเดียวกัน คือ ความเจริญรุ่งเรืองของชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์

ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า 5-6 ปีที่ผ่านมา กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ อำนวยความสะดวกให้เยาวชน โดยมีการสอบเป็นเชิงปฐมภูมิ (Standard Technology Testing) ฯลฯ ประเทศไทยต้องสร้างความเข้มแข็งด้านการพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์ ซึ่งก็ทำได้พอสมควร มีกองทุนนวัตกรรม (Fund Innovation Policy) เกิดขึ้น ตรงไหนแจ้งเกิดแล้ว โตได้เร็ว มีความพร้อม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มีคุณูปการมากทางด้านผลิตผลทางการเกษตรและอาหาร ทำให้ประเทศไทยมีความคล่องตัวทางด้านอาหาร มี Feasibility ครบวงจร เติบโตจากพื้นฐานที่ดี มีอินฟราสตรักเจอร์ สามารถเนรมิตโดยใช้ของที่มีอยู่ นำไปแจ้งเกิดแล้วต่อยอด ควรที่จะมีการทดลองใหม่ ๆ แล้วนำไปผ่านการทดสอบที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จะมีเครือข่ายของมหาวิทยาลัยเพื่อมีส่วนร่วมกับมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ในการพัฒนาต่อยอดทางด้านนวัตกรรม

ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีก็มีความเห็นว่า เรามี 40 ผลงานจากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) มีนวัตกรรม แต่ยังไม่ได้นำไปใช้ประโยชน์ให้เกิดอย่างเต็มที่ในการพัฒนาประเทศ ดังนั้น ให้ไปทำบัญชีภาครัฐมาดูว่า ซื้อของมากี่มากน้อย และเรามีนวัตกรรมไทยอะไรบ้าง หรือนวัตกรรมอะไรบ้างที่สามารถทำงานร่วมกันกับภาคเอกชนหรือเป็นของเอกชน

ความคิดเห็นของนายกรัฐมนตรีคือทำอย่างไรจะมีนวัตกรรมไทยเอาไปรองรับการเข้าสู่อาเซียนได้ สามารถนำนวัตกรรมไทยไปขยายผลต่อให้ภาครัฐ ซึ่งจะทำให้นวัตกรรมไทยพุ่งปรี๊ดเลย รายละเอียด ขั้นตอน ระเบียบ กฎหมาย รัฐบาลได้ทำให้สอดคล้องและปลดล็อกให้รัฐและเอกชนทำงานร่วมกันได้แล้ว แต่ละชิ้นงานทั้งวงจรชีวิต ตลอดจนถึงการนำไปใช้

ดังนั้น ณ วันนี้เราบ่นว่าเด็กของเราเรียนโดยท่องจำ แต่หากเราเปิดโรงงานให้เด็กของเราเข้าไปทำงานได้ตั้งแต่เรียนอยู่มหาวิทยาลัยปีสุดท้าย ทำงานทั้งปีในโรงงานเป็นหลัก Mentor นักศึกษาจะรู้สึกว่าเขามีความหมาย

สุดท้ายแล้วเราจะสามารถพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์ได้ง่ายขึ้น

ที่มา.ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
--------------------------------------------------------

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น